มาบำรุงสมองกันเถอะ
สิงหาคม 22, 2009อาชีพครูเป็นอาชีพที่ต้องใช้สมองอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะต้องเตรียมการสอน ออกข้อสอบ ตรวจแบบฝึกหัด แถมยังต้องคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆไปจนกระทั่งใหญ่ๆก็มี สมองจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดสำหรับอาชีพครู คณุทุกคนจึงควรหันมาให้ความสนใจบำรุงสมองกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อชีวิตการงานที่มีความสุข ด้วยหลัก ประการนี้
๑. ดื่มน้ำมากๆ วันละหลายๆแก้ว น้ำสะอาดและมีอุณหภูมิห้อง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต เพราะนำจะช่วยให้เลือดไม่ข้นเกินไป ทำให้ไปเลี้ยงสมองได้ดี นอกจากนี้นำยังเป็นองค์ประกอบหลักของสมองอีกด้วย นอกจากจะบำรุงสองแล้วน้ำยังช่วยให้เราดูเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ (ไม่แน่ใจว่าอาจารย์พัชรินทร์ได้ใช้วิธีนี้หรือเปล่า เพราะกี่ปีกี่ปี ก็ยังคงสาวเหมือนเดิมไม่มีผิด)
๒. หลีกเลี่ยงไขมันเลว และเลือกกินไขมันดี เช่น ทานปลาเซลมอน นมถั่วเหลือง หรือพริมโรส เพื่อนอาจารย์บางคนลองใช้วิธีนี้มาแล้ว นับว่าได้ผลดี ไม่เชื่อลองถามอาจารย์สุมณฑาดูได้ครับ
๓.ลองนั่งสมาธิทุกวัน วันละประมาณ ๑๒ นาที อาจจะทำตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือหากเร่งรีบก็ลองทำก่อนนอนก็ได้นะครับ รับรองว่าได้ผลแน่นอน หรือหากรู้สึกปวดศีรษะหรือสับสนวุ่นวายใจระหว่างวัน ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องเพื่อนร่วมงานก็อาจจะทำสมาธิสั้นๆระหว่างวันได้นะครับ อันนี้คณบดีคงไม่ว่าอะไร
๔. สั่งจิตฝึกสมอง ลองดูนะครับ เราเป็นเจ้านายของสมอง ลองสั่งจิตและฝึกสมองของเราให้คิดแต่เรื่องดีๆ และลงโปรแกรมให้สมองว่าเราจะต้องทำเรื่องนี้เรื่องนั้นให้สำเร็จ แล้วสมองก็จะเชื่อเช่นนั้น
๕.ยิ้มให้กับตัวเองและโลกเสมอ เมื่อเรายิ้ม สมองจะหลั่งสาร Endorphin ออกมา ทำให้เรามีความสุข นอกจากนี้การยิ้มให้กับตนเองเป็นการฝึกให้สมองคิด possitive thinking เราก็จะมีแต่ความมสุข อันนี้อาจารย์อำไพและอาจารย์นฤมล(จันทร์)คงยืนยันได้ครับ
๖.เรียนรู้เรื่องใหม่ เพราะโลกนี้มีเรื่องใหม่ๆอีกมากมายที่รอการเรียนรู้จากเรา การทำอะไรใหม่ๆบ้างช่วยให้ชีวิตไม่จำเจ และเพิ่มสีสันให้กับชีวิต เช่นลองจัดโต๊ะทำงานใหม่เมื่อเปิดเทอมใหม่ เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวหรือทรงผม ในวันปีใหม่ หรือจะลองเรียนดนตรี วาดรูป หรืองานศิลปะอื่นๆ (เป็นการเรียนเพื่อนการผ่อนคลาย ไม่ใช่เพื่อเป็นศิลปินเอก) ก็จะช่วยให้ชีวิตมีชีวามากขึ้นอีกโขเลยนะครับ (ขอแนะนำให้ท่านปรึกษาเรื่องการจัดโต๊ะทำงานได้ที่ รศ.ดร.อุไรวรรณ - อ.พรพรรณ และอ.ปานชัยครับ)
๗. ฝึกให้อภัยตนเอง การให้อภัยตนเองไม่ใช่การแก้ตัวในสิ่งที่เราทำพลาดไป แต่เป็นการยอมรับสิ่งผิดพลาดในชีวิตอย่างอกผายไหล่ผึ่ง ว่าได้ทำผิดเช่นนั้นจริง เราได้สำนึกแล้วว่าเราได้ทำผิดเช่นนั้น และเราได้ให้อภัยตนเองแล้ว การให้อภัยตนเองจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากเรื่องราวเดิมๆที่วนเวียนซ้ำซากในสมองของเรา และเริ่มเรื่องใหม่ๆอีกมากมายที่รอเราอยู่
๘.เขียนขอบคุณโลก ลองถามตัวเองว่า ชีวิตเรามีดีกว่าอีกหลายๆคนบนโลกนี้ในเรื่องใดบ้าง เรามีอาชีพที่ดี มีเกียรติ มั่นคงมีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีพ่อแม่พี่น้องและญาติที่ห่วงและรักเรา อะไรบ้างที่เราคิดว่าเรามีดีกว่าคนอื่น ลองค้นหา และขอบคุณสิ่งเหล่านั้น ขอบคุณที่ทำงานของเรา ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องขอบคุณเพื่อนสมัยเรียน และขอบคุณเจ้าหมาที่บ้านเราด้วยนะครับ
๙.หายใจลึกๆและถูกวิธีการหายใจลึกๆเป็นการช่วยนำออกซิเจนให้สูดฉีดไปทั่วร่างกาย เมื่อหายใจเข้าควรท้องป่อง และเมื่อหายออกควรท้องแฟบ ส่วนตัวแล้วผมใช้อีกวิธีหนึ่งควบคู่กันไป คือการนอนราบกับพื้น และยกขาให้สูงขึ้น (สมัยเด็กๆยกขาจิดผนังห้อง) หรือเอาขาพาดเตียงก็ได้ จะช่วยให้เลือดไหลไปเลี้ยสมองได้ดีขึ้น และทำให้สดชื่น ใครอยากลองก็ทำได้ครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณอาจารย์นฤมล (จันทร์) ที่กรุณาให้ข้อมูลเบื้องต้นในการเขียนครับและกลุ่มKM สุขภาพกายสุขภาพใจขอให้อาจารย์ทุกท่านมีความสุขในการทำงานนะครับ
นายอำนวย
การจัดการความรู้ (KM) คณะมนุษยศาสตร์ กลุ่ม สุขภาพกายสุขภาพใจของครู
สิงหาคม 12, 2009จุดมุ่งหมาย-เป็นบล็อคที่รวบรวมภาวะคุกคามสุขภาพกายและสุขภาพใจของครู ตลอดจนวิธีการกำจัดภาวะคุกคามเหล่านั้น สมาชิกประกอบด้วย
สมาชิกประกอบด้วย
๑. ดร.ณัฏฐา จุลพรหม เป็นคุณอำนวย
๒. อ.ราเชนทร์ สิงหเรศร์ เป็นคุณกิจ
๓. อ.สมจิตรา ไกรโกศล เป็นคุณกิจ
๔. อ.นฤมล จันทรศุภวงศ์ เป็นคุณลิขิต
๕. อ.ศรีอร เจนประภาพงศ์ เป็นคุณพี่เลี้ยง
ยินดีต้อนรับ !
สิงหาคม 10, 2009Welcome to Blog.utcc.ac.th Blogs. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!








